จากกรณีเฟสบุ๊คของ Narongsak Phuthirotchanakun โพสต์รูปเด็กถูกทำร้านจนเขียวช้ำที่บริเวรต้นแขนซ้าย และต้นขา พร้อมข้อความว่า ครูต้องย้ายหรือไม่ก็ลาออก ผู้บริหารต้องรับผิดชอบกับเหตุการณ์นี้ โรงเรียนเเห่งหนึ่ง ตรงข้ามศาลากลางสุพรรณบุรี ผู้สื่อข่าวได้ติดต่อสอบถามไปยังผู้ที่โพสรูปดังกล่างและได้ไปเจอเด็กชายไข่ (นามนามสมมุติ) เด็กที่ถูกทำร้าย และยังพบร่องรอยที่ช้ำเขียวที่บริเวณต้นแขน
คุณศิริกุล ปินใจ แม่ของเด็กชายไข่ (นามนามสมมุติ) เล่าให้ฟังว่า ลูกชายของตนเองพึ่งจะย้ายเข้ามาเรียนมัธยมต้น ม1 ในโรงเรียนแห่งหนึ่งในจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งตนเองได้ให้ลูกชายนอนที่โรงเรียนดังกล่าว และพึ่งจะมาเรียนได้เพียง2เดือนเท่านั้น ซึ่งเมื่อวันที่23ธันวาคม2564 เวลา12.30น. ได้โทรศัพท์มูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี ว่าลูกตนเองถูกทำร้าย พร้อมทั้งส่งรูปมาให้ตนดู ซึ่งรูปนั้นเป็นรูปของลูกชายตนจริงๆ ตนเองก็งงว่าลูกถูกตีได้อย่างไรเท่าที่ผ่านมาลูกไม่เคยบอกตนเองเลยตนเอง ซึ่งหลังจากรู้ข่าวตนเองก็ได้รีบเดินทางจากกรุงเทพมหานครเพื่อมารับลูกที่โรงเรียนทันที่ และได้สอบถามลูกว่าทำไมถูกตีจนเป็นรอยช้ำเขียวแบบนี้ ซึ่งลูกชายก็ตอบมาว่าครูหยอกเล่น แต่ตนเองไม่เชื่อว่าครูหยอกล้อเล่น พร้อมทั้งพาลูกไปตรวจร่างกาย และลงลงบันทึกประจําวันไว้ที่ สภ.เมืองสุพรรณบุรีด้วย
ขณะที่เด็กชายไข่ (นามนามสมมุติ) เล่าให้ฟังว่า รอยเขียวช้ำที่ต้นแขนถูกครูต่อยเจาะยางอย่างแรง และทำกับตนเองบ่อยครั้ง ส่วนสาเตหุที่ตนเองโดนต่อยและเจาะยางครูบอกกับตนเองว่าแค่หยอกเล่น และทำแบบนี้กับตนมา3ครั้งแล้ว ซึ่งรองเขียวช้ำที่แขนพึ่งโดนกระทำเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งตอนที่โดนต่อยตนเองกำลังเปลี่ยนผ้าเพื่อที่จะเรียนชั่วโมงต่อไป ขณะที่กำลังเปลี่ยนผ้าครูก็เดินมาใช้เข่าแทงตนเองอย่างแรง ตนเองก็ได้เดินไปหลบครูก็เดินไปหาพร้อมทั้งต่อยไปที่แขนแบบเจาะยางอย่างแรง ซึ่งตนเองก็ไม่ได้บอกพ่อแม่เก็บอาการไว้คนเดียวมาตลอด และได้บอกรุ่นพี่ให้ทายาให้ ที่ผ่านตนเองเคยแต่ได้ยินคนอื่นพูดกันว่าครูคนนี้ชอบทำร้ายเด็ก แต่ก็ไม่คิดตนจะมาเจอด้วยตัวเอง
ด้านนายณรงค์ศักดิ์ พุฒิโรจนกุล พี่ชายของเด็กชายไข่ (นามนามสมมุติ) กล่าวว่าตนเองเป็นพี่ชายและเป็นศิษย์เก่าเป็นรุ่นพี่ที่เคยเรียนโรงเรียนแห่งนี้มาก่อน ที่ผ่านมาไม่เคยมีครูคนไหนทำรุนแรงแบบนี้มาก่อนเลย เต็มที่ก็มีแค่รุ่นพี่ที่เล่นหยอกล้อกันแต่ก็มีไม่บาดเจ็บเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งการกระทำกับเด็กแบบนี้ตนเองมองว่าไม่ใช้การหยอกล้อแต่เป็นการทำร้ายร่างกาย และทำร้ายจิตใจของเด็กที่พึ่งเข้ามาเรียนได้เพียง2เดือน และไม่สมควรที่จะเกิดเหตุการณ์แบบนี้ ตนเองอยากฝากไปถึงผู้บริหารโรงเรียนแห่งนี้และครูคนที่กระทำรุนแรงกับเด็กว่า อยากให้มีบทลงโทษกับครูที่ทำกับเด็กอย่างเด็ดขาด และครูคนที่ทำร้ายเด็กให้กับไปมองตัวเองว่าการกระทำแบบนี้กับเด็กสมควรทำอย่างไรกับตัวท่านเอง ซึ่งตนเองทราบมาว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เด็กคนแรกด้วย